15 สูตรขนมแคลน้อย สำหรับคนลดน้ำหนัก แต่ขาดหวานไม่ได้
ทำขนม

15 สูตรขนมแคลน้อย สำหรับคนลดน้ำหนัก แต่ขาดหวานไม่ได้

สาวๆ หนุ่มๆ ทั้งหลาย ที่กำลังลดน้ำหนักอยู่ และต้องงดของหวานไปโดยปริยาย เพราะกลัวน้ำตาลจากของหวานนั้นๆ วันนี้เราได้รวบรวมเอาไอเดีย และ สูตร ขนมแคลน้อย สุดคลีน สำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนักอยู่ ได้ลองไปทำกินเอง แบบไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำหนักจะขึ้นเลย ไปดูกันว่าจะมีเมนูอะไรบ้าง

เครปไข่ขาวซอสเสาวรส

15. เครปไข่ขาวซอสเสาวรส

  • ตัวเครปใช้ไข่ขาวล้วน ทอดแผ่นบางๆ ไฟอ่อนๆ นะคะจะได้ขาวๆสวยๆ
  • ตัวซอส ใช้เสาวรสเคี่ยวผสมน้ำผึ้งเล็กน้อย (ต้องการความเหนียวและรสหวาน) ตัดเกลือนิดหนึ่งค่ะ
  • ไอติม ใช้โยเกิร์ตแช่แข็ง กรีดถ้วยออกตัดมาครึ่งถ้วยก็พอ คว่ำเอาก้นถ้วยขึ้นแล้วเทน้ำผึ้งลงไปในหลุมก้นถ้วยค่ะ
  • ตกแต่งผลไม้ตามชอบ ขอบอกว่าอร่อยมาก เปรี้ยวๆ หวานๆ มันเข้ากันดีจริงๆ

14. ไอติมโยเกิร์ต

  • โยเกิร์ตดัชชี่รสออริจินัล 1 ถ้วย
  • กล้วยหอม 1 ลูก
  • เอาช้อนบดกล้วยให้ละเอียด เทโยเกิร์ตลงผสม ตักใส่ถ้วยซิลิโคนขนาด 5 ซม.ได้ 4 ถ้วยพอดี แต่งหน้าด้วยผลไม้สด แช่ฟรีซ 
  • เวลาจะกินให้เอาออกมาจากช่องฟรีซทิ้งไว้สักแป๊บหนึ่งให้เขาคลายตัว เขาจะsoftลง กัดกินได้เลยค่ะ อร่อยมากขอบอก

***ถ้าใช้กล้วยลูกครึ่ง : โยเกิร์ต 1 ถ้วยจะได้ 6 ถ้วย แต่หวานไปบีบมะนาวลงไปสักซีกจะอร่อยขึ้นค่ะ
***ใช้ถ้วยซิลิโคนแกะออกง่าย

13. ลอดช่อง

  • ลอดช่อง เฉาก้วย ข้าวโพด นมสดรสจืดแช่เย็นๆ โรยกราโนล่า ชอบหวานใส่น้ำผึ้งหรือหญ้าหวานตามชอบ

12. น้ำแข็งใสเกาหลีแบบคลีนๆ

  • ใช้นม 1 กล่อง 200-250 มล.แล้วแต่เลยค่ะใช้แบบ full fat เลยนะคะมันดี ป้าใช้วัวแดงรสจืด (ไม่ใช้รสหวานเพราะเลี่ยงน้ำตาลค่ะ) หยดสีแดงลงไป 2 หยดให้เป็นนมชมพู หรือใครจะใส่เฮลบลูบอยก็ได้นะคะ ใส่ถุงซิปล็อคแล้วแช่ฟรีซอย่างน้อย 4 ชม. หรือจนแข็งนะคะ
  • เอาออกมาทุบทั้งถุงเลยค่ะ ใช้สากค่อยๆ ทุบให้นมชมพูของเราป่นละเอียด
  • จัดใส่ถ้วยพร้อมผลไม้สดต่างๆ ราดด้วยน้ำผึ้ง(แทนนมข้นหวาน) สดชื่น…

ใช้ถุงซิปล็อคเท่านั้นเพราะเวลาทุบสะดวกค่ะถุงไม่แตกเหมือนใส่ถุงแกง ปอกและหั่นผลไม้ก่อนแล้วค่อยมาทุบนมนะคะ เพราะเขาละลายเร็วเดี๋ยวจะไม่อร่อย

11. เค้กกล้วยหอมไมโครเวฟ

ของแห้ง เอาทุกอย่างคนผสมกันเตรียมไว้

  • แป้งโอ๊ตป่น 1/2 ถ้วย (ป้าเอาควิกโอ๊ตไปปั่นละเอียด)
  • ผงฟู 1/2 ชช. 
  • ซินนามอน 1 ชช. (ไม่มีไม่ต้องใส่)

ของเปียก เอาทุกอย่างผสมกันเตรียมไว้ (แยกจากของแห้งนะคะ)

  • กล้วยหอมลูกเล็กๆ 1 ลูกบดละเอียด
  • โยเกิร์ต 2 ชต.
  • ไขไก่ 1 ฟอง 
  • กลิ่นวนิลา
  • เอาของเปียกที่ผสมกันไว้เทลงในของแห้งครึ่งหนึ่งก่อนค่อยๆ ตะล่อมแป้งให้เข้ากัน แล้วค่อยตามด้วยของเปียกอีกครึ่งที่เหลือ คนเบาๆ (คนเยอะ คนนานทำให้เนื้อเค้กแน่นไม่ฟู)
  • ตักใส่ 3/4 ถ้วย ป้าได้ 4 ถ้วย เวฟไฟสูงครั้งละ 2 นาที 2 ครั้งเช็คสุกเองนะคะเตาแต่ละบ้านไม่เหมือนกัน ทิ้งให้เย็นแล้วเอาออกจากถ้วยนะคะไม่งั้นก้นแฉะ นุ่มพอไหว ไม่กระด้าง หวานจากกล้วยกำลังดี อร่อยด้วย

10. ไอศครีมกล้วยหอมโยเกิร์ต

  • กล้วยหอม 2 ลูก (บดละเอียด 1 ลูก,หั่นแต่งหน้า 1 ลูก)
  • ดัชชี่กระป๋องน้ำเงินรสออริจินัล1กป.
  • กลิ่นวนิลา 1/2 ชช. ผงโกโก้1ช้อนข้าว (ไม่มีไม่ต้องใส่)
  • **ปั่นทุกอย่างรวมกันเทใส่พิมพ์ที่ถอดก้นได้ หั่นกล้วยแปะลงไป แช่ฟรีซ 4 ชม.กินได้

9. ไอติมกล้วยหอม

  • กล้วยหอม 1 ลูก ตัดครึ่งเอาไม้ไอติมเสียบด้านตัดไว้ค่ะ
  • โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 กป.(ดัชชี่อร่อยล่ะ)
  • ถั่วสารพัด ใส่ถุงทุบๆ ให้ละเอียดค่ะ
  • เอากล้วยจุ่มโยเกิร์ตแล้วเอาไปคลุกถั่ว แช่ฟรีซ 4 ชม. อร่อย

8. บราวนี่ถั่วเขียว

  • ถั่วเขียวทั้งเปลือกต้มสุก 1+1/2 ถ้วย
  • ไข่ไก่ 2 ฟอง
  • นมจืด 1/3 ถ้วย
  • น้ำมันมะพร้าว 1 ชต. (น้ำมันคาโนล่าหรือมะกอกก็ได้ค่ะ)
  • ผงโกโก้1ชต.
  • หญ้าหวาน 1 ชช.+น้ำผึ้ง 2 ชต.
  • ผงฟู1ชช.เบคกิ้งโซดา 1/2 ชช.
  • กลิ่นวนิลา 1 ชช.
  • ปั่นทุกอย่างรวมกันให้เนียนละเอียด แล้วเทใส่เครื่องทำบราวนี่ ได้ทั้งหมด 20 ชิ้น 
  • ปั่นเสร็จเนื้อเหลวไปค่ะ คิดว่าต้องลดของเหลวโดยตัดนมออก
  • ตัวเนื้อขนมออกมานุ่มฟูดีค่ะ เนื้อไม่แน่นเหมือนบราวนี่ถั่วแดงแต่ก็อร่อยดี

7. โยเกิร์ตพาย

  • ฐานใช้เครกเกอร์จมูกข้าวสาลี 15 แผ่น (20แคล/แผ่น) ใส่ถุงบดให้ละเอียด ใส่เนยถั่ว 1 ชต. (90แคล),น้ำผึ้ง 1 ชต. (45แคล) บี้ๆ คลุกๆ ให้ผสมกันแล้วเอากรุลงในพิมพ์ถอดก้นขนาด 6 นิ้ว (ไดโซะ 60 บาท) กดแน่นๆ เอาไปแช่เย็นรอไว้ก่อนนะคะ
  • เตรียมโยเกิร์ตทำเองปริมาณไม่รู้กะๆ เอา (น่าจะ3ถ้วยปกติที่ซื้อทั่วไป) เติมความหวานด้วยน้ำผึ้งหรือหญ้าหวานตามชอบค่ะ
  • น้ำเย็น 3 ชต.เอาเจลลาตินผง 1 ชต.โรยลงไปคนๆ ทิ้งไว้สัก 10 นาที แล้วไปเวฟไฟกลาง 30 วิ.เอาออกมาคนให้เจลลาตินละลาย เสร็จแล้วเอาไปเทใส่โยเกิร์ต คนให้เข้า ขั้นตอนนี้ชอบหวานเติมน้ำผึ้งหรือหญ้าหวานตามชอบนะคะ บีบมะนาวสักเสี้ยวเพิ่มความเปรี้ยว
  • เอาฐานที่กรุไว้ออกมาเทโยเกิร์ตที่ผสมแล้วลงไป แล้วเอากลับไปแช่เย็นอีกครั้งให้โยเกิร์ตเซทตัว (2-3ชม.)
  • แต่งหน้าด้วยผลไม้สดตามชอบ^^

***เครกเกอร์โฮลวีทอะไรก็ได้นะคะ
***ใส่น้ำผึ้งอร่อยกว่าใส่หญ้าหวาน(รสหญ้าหวานจะหวานแหลมๆ ติดขมนิดๆ รสชาติแปลกๆค่ะ แต่กินแล้วไม่อ้วน เป็น ขนมแคลน้อย

มัฟฟินธัญพืช (เตาอบ)

6. มัฟฟินธัญพืช (เตาอบ)

  • ข้าวโอ๊ตแบบเต็มเม็ด 1 ถ้วย แช่กับนมจืด 1 กล่อง (วัวแดง200ml) แช่ทิ้งไว้สัก 10 นาทีใหเขานิ่ม
  • ไข่ไก่ฟองเล็กใช้ 2 ฟองค่ะ
  • เมล็ดฟักทองอบแห้ง เมล็ดแตงโมกระเทาะเปลือก ลูกเกด ซื้อจาก7-11อย่างละห่อแกะรวมกันเลยค่ะ ใส่แคนเบอรี่อบแห้งไปหน่อยเพิ่มสีสัน
  • อินทผาลัม 5 เม็ด หั่นเล็กๆตั้งใจใส่เพื่อเอาความหวานแทนน้ำผึ้งค่ะ (ไม่มีให้ใส่น้ำผึ้ง/น้ำตาลทรายแดงตามชอบ)
  • น้ำมันมะพร้าว 1 ชต.แทนเนย (ใช้น้ำมันมะกอกหรือคาโนล่าก็ได้ค่ะ)
  • เกลือหยิบมือ 
  • วนิลา1ชช.
  • งาขาว งาดำ งาขี้ม่อน ใส่ตามชอบ
  • เอาทุกอย่างผสมให้เข้ากัน ตักใส่ถ้วยมัฟฟินได้12ถ้วย อบไฟ180องศา20นาที เช็คสุกโดยเอาไม้จิ้มนะคะ เตาแต่ละบ้านไม่เหมือนกัน
  • รสชาติหวานกำลังดีจากลูกเกดและอินทผาลัม 
  • บ้านนี้ไม่ใส่เม็ดทานตะวันอบแห้งนะคะไม่ชอบกลิ่นเหม็นหืนๆ ใครชอบใส่ได้ค่ะ สรุปมีธัญพืชอะไรใส่ลงไปได้เลยค่ะ

5. มันทิพย์

  • มันม่วงนึ่งสุกแล้ว 1 หัว (ประมาณ200กรัม) บี้ให้ละเอียด
  • ข้าวโพดต้มแกะเม็ดครึ่งฝัก
  • กะทิธัญพืช 2 ชต.
  • เอาทั้ง 3 อย่างผสมกัน ปั้นเป็นก้อนกลมๆ แล้วเอาไปย่าง ,ปิ้ง, อบ,หรือกลิ้งในกระทะก็ได้ตามสะดวก อบในเตาติ๊งไฟ 180 องศา 20 นาทีค่ะ ชอบหวานเติมหญ้าหวานได้ ป้าว่าหวานธรรมชาติจากมันม่วงและข้าวโพดก็เพียงพอแล้วค่ะ

4. บัวลอยมันม่วงแคลต่ำ

  • มันม่วงบดละเอียด 1/2 ถ้วย
  • แป้งข้าวเหนียว 1 ถ้วย
  • น้ำตาลทราย 1/4 ถ้วย ใครเลี่ยงน้ำตาลใช้หญ้าหวานได้เลย แต่ป้าว่ามันไม่อร่อย
  • เกลือหยิบมือ
  • น้ำอุ่นเล็กน้อย
  • เนื้อมะพร้าวอ่อนป้าใช้เนื้อมะพร้าวเผานะคะ
  • กะทิธัญพืช 1 กล่อง ป้าใช้ testifit (80แคล C3,P0,F8)
  • เอามันม่วงกับแป้งข้าวเหนียวผสมกันค่อยๆใส่น้ำอุ่นทีละนิดนวดๆจนเป็นเนื้อเดียวกันไม่ติดมือ ใส่น้ำทีละนิดนะคะระวังเหลว ปั้นก้อนกลมๆ โรยแป้งข้าวเหนียวนวลไว้กันเม็ดติดกัน เสร็จแล้วพักไว้ก่อนนะคะ
  • ต้มกะทิธัญพืช(กะทิ 1 กล่องเติมน้ำเพิ่มเข้าไปเท่ากะทิใช้กล่องตวงเลยค่ะ) ใส่นำ้ตาล ใส่เกลือ น้ำตาลละลายแล้วปิดไฟพักไว้
  • ต้มน้ำเดือดเอาบัวลอยที่ปั้นไว้ลงต้ม ถ้าลอยขึ้นมาแสดงว่าสุกแล้ว ให้ตักออกไปใส่ในหม้อกะทิทันที ใส่มะพร้าวลงไป ต้มรวมกันให้เดือดอีกรอบ กินได้
  • ได้เยอะอยู่นะแบ่งทานได้ 5-6 ถ้วย เฉลี่ยๆ แคล/ถ้วยพอไหวอยู่^^ที่ต้มกะทิก่อนเพราะบัวลอยต้มสุกร้อนๆ แล้วตักใส่กะทิทันที เม็ดบัวลอยจะซึมซับน้ำกะทิได้ดีกว่า

3. ไอติมโยเกิร์ต-กราโนล่า

  • โยเกิร์ตโยลิดา 1 กป.(ใช้รสธรรมชาติยี่ห้อไหนก็ได้นะคะ)
  • กล้วยหอมบดละเอียด 1 ลูก
  • กราโนล่ารสที่ชอบ
  • เอากล้วยที่บดไว้คนผสมกับโยเกิร์ต ป้าใช้กราโนล่ารสโกโก้เข้มข้นของ BRAN ใส่ผสมลงไปในเนื้อไอติมเพราะอยากให้ตัดกับรสหวานจากกล้วย
  • จากนั้นเทลงพิมพ์ ป้าใช้พิมพ์ซิลิโคนจะได้แกะง่ายๆ ค่ะ โรยหน้าด้วยกราโนล่ารสมะพร้าวของ BRAN จะได้กลิ่นหอมๆ ของมะพร้าว แช่ฟรีซ 4 ชม.
  • เวลาจะทานแกะออกจากพิมพ์ทิ้งไว้สักแป๊บหนึ่งเขาจะsoft ลงกัดได้นุ่มละมุน
แพนเค้กกล้วยหอมไร้แป้ง

2. แพนเค้กกล้วยหอมไร้แป้ง

  • ผงถั่วเหลืองดอยคำ 4 ชต.
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง
  • นมสดจืด 100 ml.
  • กล้วยหอม 1 ลูก
  • คนผสมกัน หนืดไปเติมนมได้นะคะ ตักหยอดทอดในกระทะเทปล่อนสเปรย์น้ำมัน
  • เนื่องจากไม่มีแป้ง จะทำให้กลับด้านยากมาก ป้ามีเทคนิคค่ะ ให้เอาฟอยด์ห่ออาหารมาพับทบๆ 3-4 รอบ ความสูงแล้วแต่ความหนาของแพนเค้กที่อยากได้นะคะ ม้วนปลายมาทับซ้อนกันเพื่อให้เป็นวงกลม ใช้ที่เย็บกระดาษเย็บติดไว้ แล้วเอาวงกลมฟอยด์ที่ได้ไปวางในกระทะเปิดไฟอ่อนๆ ตักแป้งหยอดลงไป รอสักครูพอแป้งมีฟองอากาศขึ้นมา ก็กลับเอาอีกด้านลงทอด สุกแล้วแกะฟอยด์ออกค่ะ
  • แต่งหน้าด้วยโยเกิร์ตและผลไม้สดค่ะ

1. เต้าหู้เย็น

  • นมหนองโพ UHT รสจืดกล่องสีน้ำเงิน (full fat) = 1กล่อง 250ml หรือจะใช้น้ำเต้าหู้ก็ได้นะคะ
  • ผงวุ้นตรานางเงือกAA = 1ช้อนชา
  • เจลลาติน 1/2 แผ่นแช่น้ำเย็นนิดหนึ่งให้เขานิ่ม
  • เอานมเทใส่หม้อ ใส่ผงวุ้นลงไปกวนๆทิ้งไว้ 10 นาทีให้วุ้นอิ่มน้ำ แล้วยกตั้งไฟกลางๆคนไปทางเดียวกัน พอเดือดให้ใส่เจลลาตินลงไป คนเร็วไปทางเดียวกัน ให้เขาเดือดอีกรอบแล้วยกลง *ทริค*กรองผ่านผ้าขาวบางก่อนเทลงพิมพ์เนื้อจะเนียนสวยกว่าค่ะ
  • เอาหลอดดูดจุ่มสีผสมอาหารสีแดงนิดหนึ่งผสมลงไปได้นมชมพู
  • ไม่ใส่น้ำตาลเพราะกะว่าจะกินกับผลไม้รสหวานอยู่แล้วค่ะ ใครชอบหวานก็เติมน้ำตาลหรือสารให้ความหวานไปตอนกวนวุ้นเลยนะ

ขนมแคลน้อย ที่เราได้ยกมานำเสนอวันนี้นอกจากจะอร่อย แล้ว ยังไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำหนัก แถมยังทำให้สุขภาพจิตขณะที่เราลดน้ำหนักดีขึ้นด้วยนะ เพราะเราจะได้ไม่เครียดกับการควบคุมอาหารจนเกินไปด้วย

5 นักชก กำปั้นเหล็ก ปี 2020 นักมวยกำปั้นเหล็ก แห่งเมืองไทย หากไม่ใช่เซียนมวย หลายคนคงจะนึกไม่ออกว่าในยุคปัจจุบัน มีใครที่เก่งกาจได้เท่านักมวยรุ่นพี่ๆ บ้าง นักมวยหน้าใหม่ก็เกิดขึ้นมามากมาย วันนี้เราจึงได้ยก 5 อันดับ นักชก กำปั้นเหล็ก ในปี 2020

อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติม : อร่อยฟินไปกับ ลอดช่องไทย และ ลอดช่องสิงคโปร์