สูตร ข้าวแช่ อาหารชาววัง
สูตรอาหาร อาหารไทย

สูตร ข้าวแช่ อาหารชาววัง

สูตร ข้าวแช่ อาหารชาววัง

ข้าวแช่ เป็นชื่ออาหารชนิดหนึ่ง มีข้าวสุกขัดแช่น้ำเย็น ซึ่งมักเป็นน้ำดอกไม้ แล้วกินกับเครื่องกับข้าวต่าง ๆ เช่น ลูกกะปิ พริกหยวกสอดไส้ เนื้อเค็มฝอยผัดหวาน หัวหอมสอดไส้ ผักกาดเค็มผัดหวาน ปลาแห้ง และเครื่องผัดหวานต่าง ๆ นิยมรับประทานในหน้าร้อน ปัจจุบัน อาจใส่น้ำแข็งในข้าวแช่ด้วย เชื่อกันว่า ข้าวแช่เดิมเป็นอาหารพื้นบ้านของชาวมอญ นิยมทำสังเวยเทวดาในตรุษสงกรานต์ ต่อมา ชาววังรับไปปรับปรุงเรียกว่า “ข้าวแช่เสวย” หรือ “ข้าวแช่ชาววัง” เมื่อสิ้นรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในปี 2453 แล้ว ข้าวแช่ได้รับการเผยแพร่ไปนอกวังและเป็นที่นิยมอย่างยิ่ง

สูตร ข้าวแช่ อาหารชาววัง นอกจากคำว่า ‘สวัสดี’ ที่คนไทยนิยมใช้ในการกล่าวทักทายเวลาเจอหน้ากันแล้ว ยังมีอีก 1 คำที่ในสายตาของชาวต่างชาติมองว่า บางครั้งใช้แทนกันด้วยซ้ำ คือคำว่า ‘กินอะไรมาหรือยัง’ แสดงว่าคนไทยให้ความสำคัญกับการกินเป็นอันดับต้นๆ ซึ่งในประเทศไทยมีร้านอาหารให้เลือกมากมาย แต่จะมีวิธีอย่างไรล่ะ ที่จะรู้ได้ว่าร้านไหนอาหารอร่อย/ไม่อร่อย ระบุว่า อย่าตัดสินจากเมนู การตกแต่งร้าน หรือราคา แต่ให้ตัดสินจากจำนวนคนที่อยู่ในร้านและความยาวของแถวหน้าร้านต่างหาก

ข้าวแช่เมนูต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ที่อากาศนั้นร้อนอบอ้าว เป็นเมนูที่เหมาะสำหรับเข้าครัวพร้อมหน้าพร้อมตากัน แอบบอกก่อนว่าส่วนผสมเยอะนิดนึงนะ แต่ทำเสร็จแล้วชื่นใจเหมาะกับกินตอนบ่าย ๆ มากเลย อย่ารอช้าเลยดีกว่า ชวนคนในครอบครัวสวมผ้ากันเปื้อน ล้างไม้ล้างมือแล้วเข้าครัวกันเลย

ข้าวแช่แบบไทย คืออะไร

ข้าวแช่แบบไทย คืออะไร

หากจะบอกว่าข้าวแช่เป็นอาหารไทยก็คงไม่ถูกต้อง เพราะจริงๆ แล้วข้าวแช่อย่างไทย เป็นอาหารที่ได้รับอิทธิพลมาจากมอญ เป็นของกินเพื่อเซ่นไหว้เหล่าทวยเทพในงานตรุษสงกรานต์ นอกจากนี้ยังทำเพื่อถวายพระและคนเฒ่าคนแก่ที่เคารพนับถือ นอกจากนั้นความสัมพันธ์ระหว่างสยามกับมอญมีมาอย่างยาวนาน การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมได้นำพาข้าวแช่มายังสยาม จากอาหารชาวบ้านไม่นานก็เข้าวังและกลายเป็นอาหารชาววัง เนื่องจากสตรีชาวมอญจำนวนหนึ่งรับราชการฝ่ายใน และมีการปรุงข้าวแช่เพื่อถวายเจ้าฟ้าและเจ้านายชั้นต่างๆ และ ม.ล.เนื่อง นิลรัตน์ แห่งห้องเครื่องต้นในรัชกาลที่ 5 เป็นผู้เผยแพร่ตำรับข้าวแช่ชาววังสู่สาธารณะจนได้รับความนิยมเช่นทุกวันนี้

วัตถุดิบ

  1. ข้าวสวย 2 ถ้วย 
  2. น้ำลอยดอกมะลิ 1 ลิตร 
  3. พริกหยวก 10 เม็ด
  4. เนื้อหมู 200 กรัม
  5. เนื้อกุ้ง 200 กรัม
  6. เนื้อปลาดุกย่าง 2 ตัว 
  7. กระชายหั่นแว่น 100 กรัม
  8. ตะไคร้ซอย 100 กรัม 
  9. กะปิ 1 ช้อนชา 
  10. กะทิ 100 มิลลิลิตร
  11. น้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนโต๊ะ 
  12. ไข่เป็ด 1 ฟอง 
  13. แป้งข้าวเจ้า 45 กรัม
  14. น้ำปูนใส 3 ช้อนโต๊ะ 
  15. น้ำมัน 500 มิลลิลิตร 
  16. ไข่ไก่ 2 ฟอง 
  17. ห้วผักกาดเค็มหั่นเส้นยาว 200 กรัม
  18. กระเทียม 3 ช้อนโต๊ะ 
  19. รากผักชี 5 ราก 
  20. พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
  21. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำข้าวแช่

  • ขั้นแรก เรานำข้าวสารเก่ามาใส่กระชอน ซาวข้าวแล้วผึ่งไว้ ระหว่างนั้นเราก็เปิดไฟ ตั้งน้ำรอเดือดไว้เลย พอน้ำเดือดก็ใส่ข้าวสารลงไปในหม้อน้ำเดือดค่ะ แต่การต้มข้าวแช่นี้ไม่เหมือนข้าวต้มนะคะ ต้มแค่ให้ข้างนอกพอสุก ไม่ต้องบาน และข้างในยังเป็นไตๆ อยู่
  • พอข้าวเริ่มสุกให้บีบมะนาวสัก 2 ซีกลงไปในข้าวจะช่วยขจัดกลิ่นและทำให้ข้าวหมดเมือก สังเกตเม็ดข้าวจะใสขึ้นมา ปิดไฟ นำขึ้นมาใส่กระชอนสะเด็ดน้ำ แล้วลอยในน้ำเย็น ขัดข้าวให้เมือกหลุดออกจากเม็ดข้าวจนหมด
  • เมื่อขัดข้าวเรียบร้อยแล้ว ก็เข้าสู่ขั้นตอนการนึ่งค่ะ ตั้งลังถึงเปิดน้ำให้เดือด รองด้วยผ้าขาวบางหรือหวดสำหรับนึ่งข้าว จากนั้นปิดฝาไว้ค่ะ
  • ระหว่างรอข้าวสุก เรามาทำน้ำข้าวแช่กันค่ะ ดั้งเดิมจะใช้น้ำฝนหรือถ้าไม่มีจริงๆ ใช้น้ำประปาทิ้งไว้ 1 คืนให้กลิ่นคลอรีนระเหย เทน้ำฝนลงภาชนะ แล้วนำมะลิเด็ดขั้วสีเขียวออกใส่ลงไป (ถ้าเป็นดอกมะลิที่ปลูกเอง ไม่มียาฆ่าแมลงจะดีมากเลยค่ะ) ตามด้วยกลีบกุหลาบมอญลงไป ถ้าใครมีดอกชมนาดที่หอมคล้ายกลิ่นใบเตยอ่อนๆ ก็ใส่ลงไปด้วย ใครมีดอกเล็บมือนางหรือราตรีก็สามารถใช้แทนชมนาดได้ค่ะ
  • จากนั้นนำควั่นเทียนอบมาวางบนภาชนะที่ลอยน้ำได้ จุดไฟเพื่อเตรียมอบควันเทียน ปิดฝาไว้เดี๋ยวเทียนจะดับไปเอง ทิ้งไว้ประมาณ 2 คืนเพื่อความหอมของน้ำข้าวแช่ค่ะ
  • ข้าวแช่ที่นึ่งสุกแล้ว จะไม่บาน สมัยก่อนไม่มีน้ำแข็ง แต่นำน้ำข้าวแช่ไปใส่ไว้ในหม้อดินก็จะทำให้ข้าวแช่เย็นชื่นใจขึ้นมาเลยค่ะ เมื่อเราตักข้าวแช่มาแล้วก็ราดน้ำข้าวแช่ตาม มีดอกไม้โรยมานิดหน่อย
ประโยชน์จากข้าวแช่

ประโยชน์จากข้าวแช่

นอกจากน้ำเย็นๆ ในข้าวแช่หอมๆ จะทำให้เราคลายร้อนได้อย่างเพลิดเพลินแล้ว ส่วนประกอบอย่างกระชาย ข่า ตะไคร้ หัวหอม และไชโป๊ ยังช่วยย่อยอาหาร บำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื้น ปรับสมดุลของร่างกายให้เป็นปกติ ลดอาการปากลอก ปากแห้ง ปากแตก รวมไปถึงอาการร้อนในได้อีกด้วย และแน่นอนว่าน้ำหอมๆ ของข้าวแช่ ยังช่วยให้เราผ่อนคลายจากความเครียดได้ดีอีกด้วย

เป็นไงกันบ้างครับสำหรับเมนู “ข้าวแช่” ที่แบมเอามาฝากกันวันนี้ไม่ยากเกินไปใช่ไหมล่ะ แต่รับรองเลยว่าชื่นใจหายเหนื่อยเลยทีเดียว เพื่อนๆ สามารถกินข้าวแช่กับหมูฝอยด้วยเพิ่มให้ครบรสสุด ๆ ไปเลย ถ้าเพื่อน ๆ คนไหนทำเมนูข้าวแช่แล้วถ่ายรูป “ข้าวแช่” แล้วเอามาแชร์กันเยอะๆ นะ

บทความที่น่าสนใจ : Jungle Delight , เมนูมาม่า ต้อนรับวันหวยออก