หมูสามชั้นผัดกะปิ
อาหารไทย

หมูสามชั้นผัดกะปิ อาหารใต้ แสนอร่อย กับข้าวจากกะปิ

หมูสามชั้นผัดกะปิ

หมูสามชั้นผัดกะปิ อาหารไทย เมนูหมูสามชั้น อาหารพื้นบ้าน แบบเรียบง่ายตามฉบับอาหารไทย วิธีทำหมูสามชั้นผัดกะปิ นั้นไม่ได้ยากอย่างที่ทุกคนคิด สามารถทำกินเองได้ที่บ้าน เมนูกะปิ กับข้าวจากหมูสามชั้น หมูสามชั้นทำอะไรกินได้บ้าง มีกะปิทำอะไรกินดี

อาหารไทย เมนูอาหารยอดนิยม สำหรับวันนี้ ขอนำเสนอ อาหารปักใต้ อาหารพื้นบ้าน นั่นคือ หมูสามชั้นผัดกะปิ เคล็ดลับความอร่อยของหมูสามชั้นผัดกะปิ อยู่ที่ วัตถุดิบคุณภาพ เทคนิคการเตรียมอาหาร และ วิธีการปรุงรสชาติของแต่ละคน

เคล็ดลับของเมนูนี้นอกจากกะปิชั้นดี ที่วันนี้ใช้ “กะปิ” ใต้จากสุราษฏร์ ที่ซื้อกลับบ้านมาเมื่อตอนไปเที่ยว คนขายบอกว่ากะปิต้องเป็นกะปิชั้น 1 ดมกลิ่นที่เราชอบ แค่นี้ก็จะได้กะปิถูกใจแล้ว เพราะถ้าเราไม่ชอบกลิ่น เอามาทำอะไรทานก็คงไม่อร่อย

อีกส่วนผสมหลักอย่าง “เนื้อหมู” เมนูนี้ต้องใช้หมูติดมัน ยิ่งมีมันเยอะยิ่งอร่อย ปูนแดงใช้หมูสามชั้น มีมัน มีหนังอร่อยสุด ผัดโดยไม่ใช้น้ำมันเพิ่ม ทอดหมูสามขั้นให้เหลืองสุก จนน้ำมันออกมาค่อยใส่ส่วนผสมอื่น ลดไขมันและความเลี่ยนลงได้หน่อย

“กระเทียม” สำหรับเมนูไทย ๆ โบราณแบบนี้ ใช้กระเทียมไทยเม็ดเล็กนะคะ จะให้กลิ่นหอมฉุนมากกว่า รวมกับพริกขี้หนูแล้ว หอมไปสามบ้านเลย

ส่วนผสมสำหรับทำ หมูสามชั้นผัดกะปิ

ส่วนผสมสำหรับทำหมูสามชั้นผัดกะปิ

  • เนื้อหมูสามชั้น หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ 1 จาน ประมาณ 1 ขีด
  • พริกชี้หนูสวน 1 ช้อนโต้ะ นำมาบด
  • กระเทียมบด 1 ช้อนโต้ะ
  • พริกเม็ดใหญ่ 2 เม็ด หั่นเฉียง
  • กะปิ 2 ช้อนโต้ะ
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต้ะ
  • ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต้ะ
  • ซอสถั่วเหลือง 1 ช้อนโต้ะ
  • ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต้ะ
  • เหล้าจีน 1 ช้อนโต้ะ
  • ต้นหอม 1 ต้น หั่นหยาบๆ

วิธีทำมะเขือม่วงผัดกะปิ

  • ตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อน จากนั้นนำหมูสามชั้นลงไปผัด แบบสะดุ้งน้ำมัน ให้พอสุกเนื้อเด้งๆ และ นำขึ้นจากกระทะมาพักเอาไว้ก่อน
  • จากนั้นเริ่มผัดโดย ตั้งกระทะน้ำมัน ใส่ กระเทียมและพริกขี้หนูสวน ลงไปผัด ให้หอม
  • ปรุงรสด้วย ซอสหอยนางรม น้ำตาลทราย ซอสปรุงรส ซอสถั่วเหลือง เหล้าจีน และ กะปิ ผัดให้ส่วนผสมเข้ากัน
  • ใส่หมูสามชั้น และ พริกเม็ดใหญ่ ลงไปผัด ผัดจนหมูสามชั้นสุกได้ที่
  • ปิดไฟ ใส่ต้นหอมลงไปผัด และ เสริฟใส่จาน พร้อมรับประทานได้

เคล็ดลับการทำหมูสามชั้นผัดกะปิ

  • หมูสามชั้น ให้เลือกหมูสามชั้นที่สดๆ ใหม่ และ เลือกส่วนสันคอหมู หรือ ส่วนใต้ราวนม จะเป็นเนื้อหมูสามชั้นส่วนที่ไขมันน้อย และ นุ่มอร่อย
  • การเตรียมหมูสามชั้นสำหรับผัด ให้นำหมูสามชั้นลงไปผัดสะดุ้งไฟให้สุกก่อน เนื่องจากหมูสามชั้นสุกยาก และ หมูสามชั้นที่อร่อยมันหมูต้องไม่แข็งไป ต้องผัดให้ได้ที่จนมันหมูนุ่ม การผัดหมูก่อน ทำให้ได้หมูสามชั้นที่มันหมูสุกได้ที่ และ หากนำหมูลงไปผัดเลย อาจทำให้เครื่องที่ใช้ในการผัดไหม้ก่อนหมูสุก
  • ผัดพริกและกระเทียมให้หอมก่อน จึงค่อยปรุงรส และ หากซอสแห้งไป สามารถเติมน้ำซุปลงไปได้ เพื่อทำให้อาหารไม่แห้งเกินไป
  • กะปิ ให้เลือกใช้กะปิแท้ จึงจะได้อาหารเมนูกะปิที่รสชาติถึงใจ
  • การเลือกใช้พริก เลือกใช้ทั้งพริกขี้หนูสวน และ พริกเม็ดใหญ่ จะได้ทั้งรสชาติและสีสัน

คุณค่าทางโภชนาการ

หมูเป็นเนื้อสัตว์ที่ให้โปรตีนและไขมันสูง อีกทั้งกะปิต้องใช้มากและผัดจนเคลือบชิ้นหมู สะตอเนื้อนุ่มกรอบ รสมัน กลิ่นรุนแรง ต่างก็ให้โปรตีนสูง และจะยิ่งได้สารอาหารสมบูรณ์ยิ่งขึ้นเมื่อกินร่วมกับเนื้อสัตว์ ถือได้ว่าเป็นกับข้าวที่อุดมไปด้วยโปรตีนอีกจานหนึ่ง.

กะปิมีคุณค่าทางอาหารสูงมาก

รู้หรือไม่ว่า “กะปิ” มีคุณค่าทางอาหารสูงมาก

ข้อมูลจากกองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า กะปิ 100 กรัม มีพลังงาน โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต เส้นใยอาหาร แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินเอ ไรโบฟลาวิน และไนอาซิน ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพหลากหลาย อาทิ แคลเซียมจากกะปิที่ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน วิตามินบี 12 ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง  และยังมีไขมันโอเมก้า 3 จึงช่วยเรื่องโลหิตอุดตันและโรคหัวใจด้วย อย่างไรก็ตาม หากบริโภคมากเกินไปให้ระวังในเรื่องของความเค็ม โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงและโรคไต

ข้อมูลโภชนาการอื่นๆ ในอาหาร

แคลอรี่, พลังงาน และสารอาหาร ใน หมูสามชั้นผัดกะปิในปริมาณ 1 dish มีพลังงานทั้งหมด 246 กิโลแคลอรี่, โปรตีน 12.1 กรัม, คาร์โบไฮเดรต 1 กรัม, ไขมัน 21.4 กรัม เราสามารถดูรายละเอียดข้อมูลอื่นๆ เข่น เกลือโซเดียม, คอเลสเตอรอล, วิตามิน, ไขมันอิ่มตัว, ไขมันไม่อิ่มตัว, น้ำตาล, กากไยอาหาร ฯลฯ

จบไปแล้วสำหรับเมนูหมูผัดกะปิ อร่อยเข้มข้นหอมกะปิ เพิ่มสีสันจากใบมะกรูดและพริกชี้ฟ้า ทั้งนี้สามารถดัดแปลงเป็นหมูผัดกะปิสะตอ หมูผัดกะปิถั่วฝักยาว หมูผัดกะปิชะอม หรือหมูผัดกะปิผักบุ้งได้ด้วย

เมนูอาหารแนะนำ : ทำผัดเผ็ดปลาดุกใต้

ท่องเที่ยวทั่วไทย : เชียงคาน หลงรัก “เลย”